โครงการ Project Base Learning (PBL) สาขาอุตสาหกรรมเกษตร : "หมูโซเชียล" ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ระบบข้อมูลหอพักชาย อกท. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว ระบบเช็คชื่อเข้าแถว ชวงเช้า วษท.สระแก้ว

ระบบการศึกษาของสาธารณรัฐฟินแลนด์

สาธารณรัฐฟินแลนด์   ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง    การบริหารราชการของประเทศแบ่งออกเป็น  3 ระดับ  ได้แก่  การบริหารราชการส่วนกลาง   ซึ่งมีกระทรวงเป็นหน่วยงานหลัก การบริหารราชการส่วนภูมิภาคโดยสำนักงานบริหารราชการจังหวัด และการบริหารระดับท้องถิ่นมีเทศบาลเป็นหน่วยงานหลัก สำหรับภาษาที่ใช้เป็นภาษาราชการ คือ ภาษาฟินแลนด์ และภาษาสวีเดน และประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนา Evangelical Lutheran Church

การศึกษาของสาธารณรัฐฟินแลนด์ รับผิดชอบโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เป็นหน่วยนโยบาย ประเมินผลการบริการการศึกษา และสนับสนุนการจัดทำระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่สำคัญได้แก่       การให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  โครงสร้างและระบบบริหารการศึกษาของสาธารณรัฐฟินแลนด์ มีลายละเอียด ดังนี้

ระดับก่อนประถมศึกษา หน่วยงานบริหารระดับท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดการศึกษา โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณร้อยละ 85 เป้าหมายของการจัดการศึกษาในระดับนี้มุ่งพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และการดำรงชีวิต จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและเริ่มรับเด็กเข้าศึกษาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งนี้ เด็กที่อายุ 6 ขวบ สามารถเข้าเรียนได้แต่ต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันจากผู้ปกครองและโรงเรียน การจัดห้องเรียนจะแบ่งเด็กตามกลุ่มอายุ โดยแต่ละห้องมีจำนวนระหว่าง 13-20 คน ใช้เวลาเรียนวันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง เน้นการเรียนการสอนผ่านการเล่นด้วยกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ สำหรับการประเมินผลเน้นการประเมินพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้มากกว่าผลสัมฤทธิ์ในการเรียน

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เด็กทุกคนเรียนการศึกษาภาคบังคับถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ดังนั้น การศึกษาภาคบังคับจึงถือเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเทศบาลเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาในระดับนี้มีโรงเรียนเอกชนน้อยมาก (5 โรงเรียน) ทั้งนี้การเปิดโรงเรียนเอกชนต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการและต้องปฏิบัติตามหลักสูตรและเงื่อนไขของรัฐ นอกจากนี้ผู้ปกครองอาจเลือกที่จะจัดการศึกษาภาคบังคับเองโดยไม่ส่งเด็กเข้าโรงเรียน แต่ต้องอยู่ภายใต้การนิเทศของเทศบาล

สำหรับเป้าหมายของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานคือมุ่งส่งเสริมและพัฒนามนุษยธรรม คุณธรรมและความรับชอบต่อสังคม รวมทั้งฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หลักสูตรแกนกลางของการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดโดยคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยเทศบาลและโรงเรียนร่วมกันจัดทำหลักสูตร โรงเรียนหรือกลุ่มโรงเรียนตามกรอบของหลักสูตรแกนกลางดังกล่าว แต่วิธีการเรียนการสอนนั้น ครูเป็นผู้เลือกใช้ให้เหมาะกับเนื้อหาวิชา โดยมีการประเมินผลเพื่อเป้าหมาย 3 ประการ คือ การแนะแนว การส่งเสริมการเรียน และพัฒนาทักษะของเด็ก

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษา โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณให้ผู้เรียนเกือบทั้งหมด ยกเว้นค่าใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องรับผิดชอบเอง

การจัดการศึกษาประเภทสามัญศึกษา ท้องถิ่นหรือเทศบาลเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก โดยภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดเพียงร้อยละ 7 และรัฐบาลส่วนกลางรับผิดชอบเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น สำหรับเป้าหมายในการจัดการศึกษาคือมุ่งอบรมเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อ การทำงาน การพัฒนาบุคลิกภาพและวุฒิภาวะ สำหรับหลักสูตรใช้หลักสูตรแกนกลางซึ่งกำหนดโดย The Finnish National Board of Education ทั้งนี้ การรับเด็กเข้าศึกษาต่อจะรับจากผู้จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แต่สถานศึกษามีสิทธิพิจารณารับเด็กที่มีความสามารถแต่ไม่จบมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าศึกษาต่อได้ สำหรับการประเมินผลประเมินด้วยการสอบโดยอาจารย์ใหญ่และครูผู้สอประเมินร่วมกัน

การจัดการศึกษาประเภทอาชีวศึกษา มีหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบหลักเช่นกัน โดยภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาประเภทนี้น้อยมาก และรัฐบาลส่วนกลางรับผิดชอบจัดให้เฉพาะในเขตที่มีความต้องการพิเศษเพียง 5 โรงเรียน เป้าหมายของการจัดการศึกษามุ่งพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพ และการพัฒนาศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการ และเป็นพลเมืองดี การเรียนการสอนจึงเน้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การรับเด็กเข้าศึกษาต่อจะรับจากผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจากผลการเรียน ซึ่งเด็กที่ไม่เคยเรียนอาชีวศึกษามาก่อนจะได้รับพิจารณาเป็นอันดับแรกเพื่อส่งเสริมการศึกษาประเภทนี้ สำหรับการประเมินผลแบ่งเป็น 2 แบบ คือ การประเมินผลภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการฝึกงาน                      

ระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคู่ขนานกัน ได้แก่ สถาบันโปลีเทคนิคซางมุ่งเน้นมา๖รฐานด้านอาชีพ และมหาวิทยาลัยซึ่งมุ่งเน้นด้านวิชาการ การวิจัยและการศึกษา ทั้งนี้มหาวิทยาลัยทั้งหมดเป็นของรัฐ แต่สถาบันโปลีเทคนิคดำเนินการโดยรัฐ เทศบาล และเอกชน โดยรัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือด้านงบประมาณแก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

สถาบันโปลีเทคนิค มีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อวิชาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการ ปัจจุบันมีสถาบันโปลีเทคนิคสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 29 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีสถาบันโปลีเทคนิคพิเศษในเขตการปกครองตนเอง Aland และวิทยาลัยการตำรวจซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย

การเข้าศึกษาในสถาบันโปลีเทคนิคจะรับบุคคลที่สอบผ่าน Matriculation Examination ทั้งประเภทสามัญและอาชีวศึกษาหรือผู้ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าจากต่างประเทศ

มหาวิทยาลัย มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการวิจัยและความรู้เพื่อให้บริการทั้งภายในประเทศและทั่วโลก ปัจจุบันสาธารณรัฐฟินแลนด์มีมหาวิทยาลัย 20 แห่ง จำแนกเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนแบบหลายสาขา 10 แห่ง และมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเฉพาะสาขาวิชา จำนวน 10 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านการทหารที่สังกัดกระทรวงกลาโหมด้วย ทั้งนี้ คุณวุฒิเมื่อจบการศึกษาจำแนกเป็นระดับปริญญาตรีขั้นต้น (Lower Degree) ระดับปริญญาขั้นสูง (Higher Degree ) ระดับ Licentiate และระดับปริญญาเอก     การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจะรับผู้ที่สอบผ่าน Matriculation Examination, International Baccalaureate (IB),European Baccalaureate(EB),Reifeprufung Examination และผู้ที่จบจากสถาบันโปลีเทคนิคซึ่งมีคุณสมบัติด้านอาชีวศึกษา อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยมีสิทธิที่จะรับบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิดังกล่าวก็ได้ สำหรับการเรียนการสอนนั้น มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดวิธีการและเนื้อวิชาเอง

นอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยทุกแห่งมีศูนย์การศึกษาต่อเนื่องเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา โดยเปิดรับบุคคลเข้าศึกษาแบบการศึกษาผู้ใหญ่และมหาวิทยาลัยเปิด โดยไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าศึกษาต่อ ดังนั้น จึงมีการเรียนการสอนที่แตกต่างๆจากปกติ กล่าวคือเป็นการเข้าศึกษาเพื่อเรียนรู้แต่ไม่ได้รับปริญญาบัตร อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยตามระบบปกติเมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน

จากการที่รัฐให้ความสำคัญกับการวิจัย โดยมีหน่วยงาน Academy of Finland ซึ่งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบดูแลและพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยให้กับมหาวิทยาลัย โดยมีข้อตกลงให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องทำการวิจัยด้านการศึกษา ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ในทุกมหาวิทยาลัยได้รวมกันจัดตั้งสถาบันเพื่อดำเนินการด้วย

ระดับบัณฑิตศึกษา เปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ระดับ Licentiate ขึ้นไป ทั้งนี้ จัดการศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะให้ทุนสนับสนุนตามคำแนะนำของ  The Academy of Finland

การศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาผู้ใหญ่ รัฐให้ความสำคัญกับการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาผู้ใหญ่เพื่อเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพของประชาชน โดยนอกเหนือจากศูนย์การศึกษาต่อเนื่องในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีสาบันที่จัดการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่องประเภทอื่นๆ อีก ได้แก่ 1) โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทสามัญศึกษา 2) โรงเรียนประชาบาล 3) ศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดยเทศบาลภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 4) ศูนย์การศึกษาและองค์กรการศึกษา ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรทางการศึกษาและวัฒนธรรม 5) ศูนย์พลศึกษา 6) สถาบันศิลปศึกษา 7) มหาวิทยาลัยฤดูร้อน ซึ่งดำเนินงานโดยเอกชน 8) สถาบันอาชีวศึกษาและฝึกอบรม 9) สถาบันอาชีวศึกษาเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งดำเนินการโดยภาคธุรกิจด้วยความสนับสนุนจากรัฐ 10)สถาบันโปลีเทคนิค ซึ่งจัดการสอนด้วยแผนการสอนรายบุคคล และ 11) องค์กรการแนะแนวด้านศิลปะของกระทรวงศึกษาธิการ                                      สถาบันการศึกษาดังกล่าวข้างต้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ และเปิดกว้างในการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ โดยคิดค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย รวมทั้งรัฐยังมีนโยบายให้สิทธิในการลาศึกษาได้ โดยคิดระยะเวลาการลาศึกษาจากอายุการทำงาน นอกจากนี้ยังค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารให้ด้วย            

การจัดการศึกษาพิเศษ รัฐให้ความสำคัญโดยกำหนดให้สถาบันการศึกษาต้องจัดทำแผนพัฒนาสถาบันโดยครอบคลุมเรื่องการศึกษาพิเศษ เพื่อรับประกันความมั่นคงทางการศึกษา โดยเด็กที่มีความต้องการพิเศษต้องได้รับแผนการเรียนการสอนรายบุคคล ตามหลักสูตรและความสามารถของเด็ก รวมทั้งมีครูที่เชี่ยวชาญเฉพาะเป็นผู้สอน ทั้งนี้ รัฐสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาพิเศษให้กับหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษมีสิทธิเท่าเทียมกับเด็กปกติและได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของตนเอง

ครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบการศึกษาของสาธารณรัฐฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับคุณวุฒิและความเชี่ยวชาญของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดการศึกษาและฝึกอบรมครูแบ่งเป็นกลุ่มตามภาระงานและความรับผิดชอบที่ต้องสอน ได้แก่

ครูประจำชั้น ซึ่งเข้ารับการศึกษาในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยกำหนดให้เรียนระดับปริญญาโท และต้องมีการฝึกสอน ทดลอง และวิจัยในโรงเรียนสาธิต แต่สำหรับครูอนุบาลและศูนย์เด็กเล็กกำหนดให้ครูประจำชั้นมีคุณวุฒิระดับปริญญาตรี แต่ครูเชี่ยวชาญด้านอนุบาลต้องมีคุณวุฒิถึงปริญญาโท

ครูประจำวิชา ซึ่งมีข้อกำหนดให้เรียนในคณะวิชาที่ต้องสอนก่อนแล้วจึงศึกษาต่อในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ดังนั้น จึงต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท รวมทั้งมีข้อกำหนดพิเศษสำหรับครูการศึกษาพิเศษและครูแนะแนวที่ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาโทด้านการศึกษาพิเศษและการแนะแนวไม่น้อยกว่า 35 หน่วยกิต ตามลำดับ

ครูในสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันโปลีเทคนิค ซึ่งต้องศึกษาในคณะศึกษาศาสตร์ และมีการฝึกหัดด้านอาชีวศึกษาและฝึกสอนในโรงเรียนอาชีวศึกษาที่จัดโดยความร่วมมือกับสถาบันโปลีเทคนิค โดยครูการศึกษาพิเศษด้านการอาชีวศึกษาต้องผ่านการอบรมวิชาการศึกษาพิเศษหรือวิชาแนะแนวไม่น้อยกว่า 60 หน่วยกิต และมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี                                                                     ทั้งนี้ ครูมีฐานะเป็นพนักงานเทศบาล ข้าราชการ หรือลูกจ้างของรัฐ แล้วแต่หน่วยงานที่จ้างครู ซึ่งการจ้างกระทำโดยสัญญาจ้างคราวละ 3-5 ปี โดยอัตราเงินเดือนเป็นตามข้อตกลงร่วมระหว่างสหภาพครู รัฐ และหน่วยงานจ้าง ซึ่งพิจารณาจากคุณวุฒิ และระยะเวลาการทำงาน นอกจากนี้ รัฐมีข้อตกลงให้ครูสามารถร้องขอผู้ช่วยด้านการศึกษาพิเศษ บุคลากรด้านสุขภาพ แลครูแนะแนวเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงานได้ และแม้ว่าจะไม่มีการกำหนดระบบการประเมินการสอนของครูอย่างเป็นทางการ แต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องรับผิดชอบให้การดำเนินงานของสถานศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายในแผนงานในแต่ละปี                                                                                                                                                                 การประเมินผลสถาบันการศึกษาและระบบการศึกษา สถาบันการศึกษาต้องรับการประเมินผลการศึกษาภายนอกโดยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยจุดมุ่งหมายของการประเมินเพื่อช่วยสถาบันการศึกษาในการพัฒนาและปรับปรุงระดับคุณภาพของตนเอง  สำหรับการประเมินผลของระบบการศึกษามีเป้าหมายเพื่อประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่า โดยการประเมินแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) การประเมินระดับประเทศซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดรูปแบบและเป้าหมายการประเมินผล แต่คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ 2) ระดับภูมิภาค ซึ่งดำเนินการโดย The Province State Offices เมื่อประเมินผลแล้วต้องส่งผลให้หน่วยงานระดับชาติต่อไป และ 3) ระดับท้องถิ่นและเทศบาล ซึ่งเน้นเป้าหมายในการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน ความคุ้มค่าของงบประมาณ และการบรรลุวัตถุประสงค์เป็นสำคัญ

Go to top